BEYOND PRINT: 5th Article: Lobby in Cannes

คิดนอกกระดาษ ตอน ล็อบบี้ที่คานส์ By Weerachon Weeraworawit, Published: 31 August 2012 อ๊ะๆ! ดูรูปและชื่อตอนคอลัมน์นี้แล้ว อย่าเพิ่งนึกว่ากำลังอ่านสารคดีนำเที่ยวนะครับ จริงอยู่ว่าผมกำลังจะชวนคุณผู้อ่านไปเที่ยวเมืองคานส์ แต่ไม่ใช่การพาเที่ยวโรงแรมห้าดาวที่นั่น หากเป็นการพาทัวร์แบบเจาะลึกถึงห้องตัดสินงานโฆษณาและสิ่งที่เรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่ช่างมีผลมหาศาลกับชะตากรรมของงานบางชิ้น นั่นก็คือ… ล็อบบี้ งาน Cannes International Festival of Creativity ปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-23 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่การทำงานในฐานะกรรมการ Film Lions เริ่มต้นตั้งแต่ยังไม่เริ่มการตัดสิน กล่าวคือ พอผมเดินทางไปถึงคานส์เที่ยงๆวันศุกร์ที่ 15 มิ.ย.ปุ๊บ ตอนเย็นวันนั้น เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ที่คานส์จะเลี้ยงดินเนอร์ต้อนรับกรรมการแต่ละหมวด โดยหมวดฟิล์มก็จะเลี้ยงกันที่โรงแรม Carlton ที่พวกเราพักกัน ทางผู้จัดงานคานส์ถือเป็นโอกาสอันดีที่กรรมการซึ่งต่างคนต่างมาจากทุกมุมโลกจะได้ทำความรู้จักมักคุ้น เป็นการ Breaking Ice ก่อนเริ่มการตัดสิน ส่วนกรรมการแต่ละคนก็จะถือโอกาสนี้แนะนำตัว แถมบางคนก็จะอวดผลงานของตนเองให้กรรมการชาติอื่นรับรู้และเอ็นดู แต่ปีนี้ ผมชิ่งครับ ฮ่าๆ! ก็แหม! วันเสาร์ที่ 16 มิ.ย. ผมก็จะต้องโดนล็อคให้ดูหนังในห้องสี่เหลี่ยมนานไปจนถึงอีกเสาร์นึงนู่นเลย เพื่อนกรรมการน่ะ รู้จักกันวันหลังก็ได้ ส่วนผมขอเที่ยวก่อน ว่าแล้วก็นั่งรถไฟยาวไปประเทศโมนาโก เยี่ยมชมเมืองซูเปอร์คาร์คือมอนติคาร์โลแบบชิลๆ แต่จริงๆแล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมเลือกชิ่งดินเนอร์นัดเปิดตัวกับเพื่อนกรรมการ!!!   หนแรกที่ผมไปตัดสินงานคานส์เกิดขึ้นในปี 2007 หนนั้นไปตัดสินหมวด Outdoor Lions ยังจำความรู้สึกได้ดีเลยครับว่า ต้องแบกความคาดหวังอันหนักอึ้งของลูกน้องครีเอทีฟในทีมตัวเอง น้องๆเพื่อนๆพี่ๆครีเอทีฟทีมอื่น และของเอเจนซี่เก่าที่เคยทำงานด้วยเวลานั้นไปตัดสินด้วยเต็มบ่า จะไม่ให้รู้สึกหนักใจได้ไงล่ะครับ ก็ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ บ้านเราเวลาส่งงานไปคานส์ที ก็จะเน้นส่งแต่ในหมวด Film, Press แล้วก็เอางานในหมวด Press มาส่งเบิ้ลเข้าไปเป็นโปสเตอร์ในหมวด Outdoor อีกที โอ้ว! หมวดหลักๆของไทยแลนด์ แต่ก่อนมีแค่ 3... Read The Rest →

Homage to The Moon

ครีเอทีฟอเมริกันมักกล่าวว่า วิถีสูงสุดของ Art Director เมืองนอกคือการได้ขึ้นแท่นเป็น Fine Artist หรือไม่ก็ Curator พิพิธภัณฑ์ศิลปะ แต่สำหรับ Copywriter ย่างก้าวถัดไปที่พิสูจน์ Craftsmanship ของนักสร้างสรรค์ถ้อยคำโฆษณาได้ดีที่สุด นอกเหนือจากการขึ้นชั้นเป็น Writer มีหนังสือหรือบทหนังเป็นของตนเองเต็มตัวแล้ว ก็ต้องยกให้กับหน้าที่นี้เลย… คนร่างสุนทรพจน์ให้กับประธานาธิบดี… และข้อเขียนที่ยกมาให้ดูนี้ก็เป็นบทพิสูจน์ชั้นดีถึงฝีมือการเขียนที่ลุ่มลึกหมดจด เปี่ยมจินตนาการและแรงบันดาลใจของนักเขียนสุนทรพจน์ William Safire ในปี 1969 ที่เขียนให้ Richard Nixon ประธานาธิบดีอเมริกันสมัยนั้นเก็บใส่กระเป๋าสำรองเอาไว้พูดกับชาวโลก เผื่อเกิดเหตุร้ายไม่คาดฝันขึ้นจากภารกิจเดินทางสู่ดวงจันทร์ของ Neil Armstrong และยาน Apollo 11 ซึ่งขณะนั้นไม่มีใครมั่นใจได้เต็มร้อยว่าพวกเค้าจะร่อนลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ โชคดีที่ Neil Armstrong ไม่เพียงได้ก้าวเท้าลงสัมผัสดวงจันทร์เป็นคนแรกของโลก ยังเดินทางกลับมาเหยียบย่างบนพื้นพระแม่ธรณีได้อย่างปลอดภัย จนเพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคชราไปเมื่อวานนี้ด้วยวัย 82 ปี รุ่นพ่อรุ่นแม่รวมถึงรุ่นเราจึงไม่มีใครได้ฟังสุนทรพจน์ชุดนี้

Dream World

พักสายตาจากงานตรงหน้า มองไปยังโลกกว้างแล้วก็ได้เห็นภาพถ่ายชนะเลิศรางวัล National Geographic Traveler ของแมกกาซีนท่องเที่ยวระดับโลกชื่อเดียวกันนี้ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 24 โดยตัดสินจากผลงานนับหมื่นภาพจากฝีมือช่างภาพทั่วมุมโลกที่ส่งเข้าประกวด แต่ละภาพน่าพิศน่าแพ็คกระเป๋าออกเดินทางไปดูให้เห็นกับตาเป็นที่สุด โดยเฉพาะผลงานชนะเลิศอันดับแรกนับว่าสมศักดิ์ศรีมากๆ เป็นภาพถ่ายผู้หญิงชาวอัฟกานิสถานในหมู่บ้านบนยอดเขาห่างไกลโลกภายนอก ที่ต้องเดินเท้าเข้าไปเป็นอาทิตย์ๆ แต่ในบ้านเล็กๆ ของพวกเธอมีทั้งมือถือ จอทีวีและเครื่องเสียง ซึ่งได้แผงพลังงานแสงอาทิตย์ช่วยให้กำเนิดไฟ และแน่นอน การติดต่อสื่อสารของพวกเธอทำผ่านจานดาวเทียม นับเป็นภาพวิถีชีวิตยุคเก่าที่ผสมผสานการใช้ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างมีเสน่ห์ ให้แง่มุมความเป็นมนุษย์ในประเทศที่เต็มไปด้วยข่าวการเข่นฆ่าทำลายล้างแบบหาชมกันไม่ได้ง่ายๆ ส่วนผลงานชนะเลิศอันดับสองเป็นภาพถ่ายใกล้ๆ บ้านเรานี่เองคือเวียดนาม ช่างภาพเลือกใช้ภาพขาวดำนำเสนอช่วงเวลาที่เด็กๆเล่นลูกโป่งตอนเช้าออกมาได้อย่างนุ่มนวลชวนฝัน อีกผลงานที่ชอบมากๆ แต่ได้แค่รางวัลปลอบใจ เป็นภาพถ่ายเด็กในเมือง Morondava ทางชายฝั่งตะวันตกของมาดากัสการ์ เห็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ Baobab รูปทรงประหลาดอายุนับพันปีเป็นแบคกราวด์ รูปทั้งหมดที่เอามาลงให้ดูเป็นภาพถ่ายที่ได้รางวัล แต่ถ้าใครอยากชื่นชมภาพถ่ายที่เหลือและรายละเอียดแต่ละสถานที่ เชิญคลิก…

Hey! Put your phone down

ห่างๆ กับมือถือซักแป๊บ แลกกับส่วนลดค่าอาหาร 5% ไอเดียง่ายๆ ที่ทำให้ลูกค้าแห่กันมาดินเนอร์ในร้าน Eva ร้านอาหารเล็กๆ ในเมือง Los Angeles ที่จุลูกค้าได้แค่ 42 คนจนแน่นขนัด เจ้าของร้านเองก็ไม่เคยคิดเลยว่า ข้อเสนอขอยึดมือถือก่อนสั่งอาหาร แลกกับส่วนลดขำๆ ที่เกิดจากจากเจตนาดีอยากสนับสนุนลูกค้าให้ได้ disconnect to connect กะคนมากินข้าวด้วย จะทำให้ร้านตัวเองกลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ แถมลูกค้าหลายๆ คนที่มาเพราะข้อเสนอนี้ยังบอกด้วยว่า ไม่ลดก็ได้นะ แต่อยากให้ยึดมือถือ!?! นั่นไง! ในขณะที่นักโฆษณาพยายามหาทางสร้างงานโฆษณาตามติดผู้บริโภคลงไปถึงมือถือ แต่ก็มีผู้บริโภคบางส่วนที่อยากห่างๆ จากมือถือ เกมแมวจับหนูจึงไม่หมูด้วยประการฉะนี้

« Older Entries Newer Entries »

Back to top